คณะกัลยาณมิตรกลุ่มประตูน้ำ จัดสัมมนารวมพลังลูกหลานหลวงปู่ ผู้มีพลังหัวใจศรัทธา เพื่อร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และทำความสำเร็จให้บังเกิดขึ้นในงานทอดกฐินที่จะถึงนี้
เมื่อเดินไปเปิดเครื่องซักผ้า จู่ๆก็เกิดอาการวาบวับขึ้น เห็นเป็นหน้าของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ลอยเด่นขึ้นมาจากเครื่องซักผ้า ปะทะใกล้ใบหน้าของตัวเอง แบบชัดเจน เมื่อมองไปในเครื่องซักผ้า ปรากฏว่าพบองค์พระของขวัญรุ่นรวยโคตรโคตร เห็นองค์พระของขวัญเด่นขึ้นมาอยู่บนกองผ้า เหมือนถูกจับวางไว้
ในวันงานหล่อรูปเหมือนทองคำ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ก่อนที่จะรับพระของขวัญ เธอได้ยินคุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า “อยากได้อะไรให้อธิษฐานเอานะลูก” เธอจึงตั้งจิตอธิษฐานว่า “ถ้าหนูมีบุญบารมีพอที่จะมาเส้นทางนี้ ขอให้หนูได้สิ่งที่ดีที่สุดกลับบ้านไปด้วยเถิด” และเมื่อถึงคิวที่เธอจะรับพระของขวัญ เธอก็พนมมือไหว้แล้วแบมือรับพระของขวัญ
ยาจกยังต้องขอบ่อยๆ ถ้าไม่ขอก็อด คำว่ายาจกคือคนขอทาน จะแตกต่างจากคำว่า สมณะ ซึ่งเป็นการขอแบบอริยะ ที่เป็นเนื้อนาบุญแก่ผู้ให้ทาน บุคคลสองประเภทนี้มีข้อวัตรปฏิบัติที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน คุณธรรมก็ต่างกันเหมือน ก้อนกรวดเทียบกับภูเขา พวกยาจกจะขอด้วยการแสดงอาการอัน น่าสงสาร
ลูกดีใจมาก ตัดสินใจนำเงินกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ถวายเพิ่มในวันอาทิตย์ต้นเดือนทั้งที่เงินก้อนนี้เป็นต้นทุนในการผลิตสินค้าด้วย แต่ลูกไม่รู้สึกกลัวว่าจะหมุนเงินไม่ทัน กลับปลื้มปีติใจที่ได้ทำบุญนี้ หลังจากนั้น ลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ต่างก็สั่งสินค้าเข้ามาไม่หยุด จนลูกมั่นใจแล้วว่า อานุภาพบุญมีจริงๆ “เพราะฉะนั้นเรื่องบุญ จะแผ่วได้ยังไงคะ”
สามเณรเดินต่อไป เห็นช่างศร กำลังเอาลูกศรลนไฟ เล็งดูด้วยหางตา แล้วดัดให้ตรง จึงเรียนถามพระเถระด้วยความอยากรู้ ตามประสาเด็กอายุ ๗ ขวบ ที่มีบารมีแก่กล้า เมื่อได้คำตอบแล้ว ก็ตรึกธรรมะไปว่า ถ้าสามารถดัดลูกศรที่ไม่มีจิต ให้ตรงได้ ทำไมหนอ คนซึ่งมีจิตแท้ๆ จึงไม่สามารถบังคับจิตของตนเองได้"
ฝ่ายมหาทุคตะกลับจากวิหารเห็นเหตุอัศจรรย์เช่นนั้น บังเกิดมหาปีติ ขนลุกไปทั่วสรรพางค์ ปลื้มใจว่า ฝนรัตนะ ๗ ประการ ตกเพราะพุทธานุภาพอันไม่มีประมาณ รวมทั้งบุญญานุภาพที่ตัวได้ทำในวันนี้ จากนั้นเขารีบไปยังราชสำนัก พลางกราบทูลพระราชาว่า "บ้านของข้าพระองค์เต็มไปด้วยรัตนะ ๗ ประการ ขอพระองค์ทรงให้ราชบุรุษนำเกวียนไปขนทรัพย์นั้นมาเถิด พระเจ้าข้า"
พระองค์ทรงรับอาราธนา แล้วประทานบาตรแก่มหาทุคตะ มหาทุคตะรับบาตรไปด้วยความดีใจ เสมือนหนึ่งได้มหาสมบัติจักรพรรดิ น้ำตาไหลอาบแก้ม ด้วยความปลาบปลื้มปีติยินดี แม้พระราชามหาอำมาตย์ จะอ้อนวอน ขอบาตร หรือต่อรองขอซื้อบาตร ด้วยราคาเป็นแสน เขาก็ไม่ยอมขาย เพราะมหาทุคตะเป็นผู้มีปัญญา เห็นว่าบุญเท่านั้นที่จะเป็นสมบัติติดตัวไปได้ ทั้งในภพนี้และภพเบื้องหน้า จึงไม่ยอมยกบุญนี้ให้แก่ใคร
ในตอนนี้เรามาศึกษาวิธีแก้ความยากจนข้ามชาติของมหาทุคตะกัน ต่อ ว่าเขามีวิธีการอย่างไร ถึงตอนที่ มหาทุคตะ ออกปากรับคำที่จะเลี้ยงพระภิกษุรูปหนึ่งในจำนวน ๒๐,๐๐๐ รูปแล้ว เขารีบกลับบ้านไปชักชวนศรีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ให้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงพระสัก ๑ รูป ภรรยาก็ไม่ขัดข้อง และกล่าวอนุโมทนาว่า พี่คิดถูกแล้ว เมื่อชาติก่อนเราไม่ได้ให้อะไรๆ ชาตินี้จึงต้องเกิดเป็นคนยากจน